หลังน้ำลด วัสดุแบบไหนที่เสียหายน้อยที่สุด?
By Lasyprop
หลังน้ำลด อย่าพึ่งซ่อมบ้านกลับไปเป็นแบบเดิม!
วัสดุแบบไหนเสียหายน้อยที่สุด และทำไมคำถามนี้ต้องถามตั้งแต่วันแรกที่เริ่มซ่อม
น้ำลดแล้ว สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านเกือบทุกคนอยากได้คือ "บ้านกลับมาเหมือนเดิม" เร็วที่สุด ผนังเรียบเหมือนเดิม พื้นแบบเดิม ตู้แบบเดิม
แต่ลองถามต่ออีกนิดว่า ถ้าซ่อมให้เหมือนเดิมทุกอย่าง แปลว่าน้ำท่วมรอบหน้า ส่วนเดิมก็จะพังซ้ำอีกใช่ไหม
บ้านที่ซ่อมกลับไปเป็นแบบเดิม ก็คือบ้านที่รอวันพังแบบเดิม
วัสดุที่รอดไม่ใช่วัสดุที่แข็ง แต่เป็นวัสดุที่ไม่ดูดน้ำ
หลายคนเข้าใจว่าวัสดุที่หนาหรือแข็งจะทนน้ำได้ดี ความจริงไม่เกี่ยวกันเลย
หน่วยงานบริหารจัดการภัยพิบัติของสหรัฐฯ (FEMA) นิยามวัสดุทนน้ำท่วมไว้ว่า ต้องแช่น้ำโดยตรงอย่างน้อย 72 ชั่วโมงได้โดยไม่เสียหายหนัก และความเสียหายหนักในที่นี้หมายถึงอะไรก็ตามที่มากกว่าแค่ทำความสะอาดแล้วทาสีใหม่ FEMA แบ่งวัสดุเป็น 5 ระดับ มีแค่ระดับ 4–5 เท่านั้นที่นับว่าทนน้ำท่วม
พอดูว่าวัสดุไหนอยู่ในกลุ่มที่รอด จะเห็นหลักที่จำง่ายมาก:
วัสดุที่ทำจากผงไม้อัด กระดาษ หรือเยื่อไม้ มักพัง
วัสดุที่เป็นแร่ ปูน เซรามิก พลาสติกเนื้อตัน หรือโลหะที่ไม่เป็นสนิม มักรอด
วัสดุแต่ละแบบรับมือกับน้ำท่วมได้ไม่เท่ากัน แยกตามส่วนของบ้านได้ดังนี้
ผนัง
- มักพัง: แผ่นยิปซัม อุ้มน้ำจนยุ่ยและเสียรูป
- มักรอด: ผนังก่ออิฐฉาบปูน, แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์
พื้น
- มักพัง: พื้นลามิเนต ไส้เป็นผงไม้อัด โดนน้ำแล้วบวมพอง, พรม
- มักรอด: กระเบื้องเซรามิกและพอร์ซเลน, คอนกรีตขัดมัน, หินขัด, ไวนิลแบบแผ่นเนื้อตันที่ปูด้วยกาวทนน้ำ
ตู้และบิวท์อิน
- มักพัง: ไม้ MDF, HDF, ปาร์ติเกิลบอร์ด
- มักรอด: โครงอะลูมิเนียม, PVC, สเตนเลส
ประตู
- มักพัง: ประตูไม้อัดไส้กลวง
- มักรอด: ประตู UPVC, ประตูอะลูมิเนียม
ฉนวน
- มักพัง: ฉนวนใยแก้วแบบม้วน
- มักรอด: โฟมเซลล์ปิด (closed-cell)
เพราะฉะนั้นคำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ "ใช้ของแพงหรือยัง" แต่เป็น "ของชิ้นนี้ทำจากอะไร"
รายละเอียดที่มักถูกมองข้าม
1. วัสดุรอด ไม่ได้แปลว่าทั้งระบบรอด
กระเบื้องเองไม่เป็นอะไร แต่ยาแนวหรือปูนกาวข้างใต้อาจหลุดร่อน FEMA ก็ระบุด้วยว่า ตะปู สกรู และตัวยึดทั้งหมดต้องทนน้ำและไม่เป็นสนิม ไม่อย่างนั้นแผ่นดีแค่ไหนก็หลุดออกมาได้
2. ตัวเลข 72 ชั่วโมงเป็นแค่เกณฑ์ขั้นต่ำ
น้ำท่วมในไทยหลายครั้งแช่นานเป็นสัปดาห์ แม้วัสดุในกลุ่มที่รอดก็ควรให้คนมาตรวจหลังน้ำลด ไม่ควรเหมาว่าไม่เป็นอะไร
3. บางปัญหาแก้ด้วยวัสดุไม่ได้ ต้องแก้ด้วยการออกแบบ
ปลั๊กและสวิตช์ที่แช่น้ำมาแล้ว มีชิ้นส่วนโลหะกับสปริงที่เป็นสนิมได้ ต้องให้ช่างไฟตรวจก่อนเปิดใช้งานทุกครั้ง แต่ทางแก้ระยะยาวจริงๆ คือยกตำแหน่งปลั๊กให้สูงเหนือระดับน้ำที่เคยท่วม ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีวัสดุตัวไหนแก้ให้ได้
ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงซ่อมแบบเดิม ทั้งที่รู้ว่าจะพังอีก
ไม่ใช่เพราะเจ้าของบ้านไม่ฉลาด หรือช่างไม่ใส่ใจ แต่เป็นเพราะจังหวะหลังน้ำลดบีบให้ทุกคนต้องเลือกทางที่เร็วที่สุด
- เจ้าของบ้านอยากกลับเข้าบ้านให้เร็ว ต้องจ่ายค่าที่พักชั่วคราวทุกวัน และเงินก็ไม่เหลือเผื่อ
- ช่างทั้งพื้นที่งานล้นพร้อมกัน งานแบบเดิมเร็วที่สุด คุยกับลูกค้าน้อยที่สุด และมีโอกาสโดนลูกค้าต่อว่าน้อยที่สุด
- ร้านวัสดุขายของที่มีอยู่ในสต็อก ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือของแบบเดิม
ไม่มีใครในนี้ทำผิด แต่ผลรวมที่ออกมาคือ บ้านทั้งซอยถูกซ่อมกลับไปเป็นแบบที่เพิ่งพังไป
แล้วยังมีอีกชั้นที่คนไม่ค่อยพูดถึง คือ เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลังผนังบ้านตัวเองเป็นวัสดุอะไร ผนังที่ดูเหมือนปูนอาจเป็นยิปซัม ตู้ที่ดูเหมือนไม้จริงอาจเป็น MDF ปิดผิว คนที่รู้คือช่าง แต่ถ้าเจ้าของบ้านไม่ถาม ช่างก็เสนอราคาตามของเดิม
ราคาถูกตอนซ่อม อาจเป็นราคาแพงที่สุดของบ้าน
เวลาเปรียบเทียบใบเสนอราคา คนมักดูแค่ตัวเลขรอบนี้ แต่ต้นทุนจริงของการซ่อมแบบเดิมมีมากกว่านั้น:
ซ่อมด้วยวัสดุเดิม (ถูกกว่า เร็วกว่า)
- น้ำท่วมรอบหน้า พังจุดเดิม
- รื้อซ้ำ + ทิ้งวัสดุซ้ำ + ค่าแรงซ้ำ
- เชื้อราหลังผนังที่มองไม่เห็น
- ต้องย้ายออกจากบ้านอีกรอบ
ราคาของการซ่อม ไม่เท่ากับต้นทุนของการซ่อม โดยเฉพาะถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่น้ำเคยท่วมมาแล้ว
สิ่งที่ตลาดยังขาด
ทุกวันนี้ข้อมูลเรื่องวัสดุทนน้ำหาได้ไม่ยาก สิ่งที่ยังขาดคือ ระบบที่ทำให้ข้อมูลนั้นถูกใช้จริงในวันที่ต้องตัดสินใจ
- ยังไม่มีสเปค "บ้านพร้อมรับน้ำ" แบบที่เจ้าของบ้านทั่วไปถือไปคุยกับช่างได้เลย
- ยังตรวจสอบได้ยากว่าช่างหรือผู้รับเหมาคนไหนเคยทำงานซ่อมแบบยกระดับบ้านจริงๆ ไม่ใช่แค่ซ่อมให้เหมือนเดิม
- บ้านส่วนใหญ่ไม่มีบันทึกว่าส่วนไหนใช้วัสดุอะไร คนที่ซื้อบ้านต่อยิ่งไม่รู้
ก่อนเริ่มซ่อม ลองถามช่าง 4 คำถามนี้
- ผนังและตู้ของบ้านเราทำจากวัสดุอะไร
- ส่วนไหนเปลี่ยนเป็นวัสดุที่ทนน้ำได้บ้าง และส่วนต่างราคาเท่าไร
- ย้ายปลั๊กและสวิตช์ขึ้นให้สูงเหนือระดับน้ำที่เคยท่วมได้ไหม
- ตัวยึดกับยาแนวที่ใช้ทนน้ำหรือเปล่า
ถ้าช่างตอบได้ชัด แสดงว่าคุณเจอคนที่ถูกแล้ว
ท้ายที่สุด
น้ำท่วมหรือไม่เป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ แต่ "พังแค่ไหน" เป็นเรื่องที่ตัดสินกันตั้งแต่วันที่เลือกวัสดุ
และจังหวะที่ดีที่สุดในการเปลี่ยน ก็คือตอนที่บ้านเพิ่งพังนั่นเอง เพราะเป็นช่วงเดียวที่ต้องรื้ออยู่แล้ว
ที่ Lasyprop เรากำลังรวบรวมผู้ให้บริการด้านอสังหาไว้ใน 72 หมวด ทั้งบริษัทตรวจบ้าน ช่างไฟ และผู้รับเหมาปรับปรุงบ้าน เพื่อให้วันที่คุณต้องหาคนที่ใช่ คุณมีตัวเลือกที่ตรวจสอบได้ ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์กลางวิกฤต