AI กับสมาร์ทโฮมช่วยประหยัดเวลาในบ้านได้จริงไหม? งานไหนเครื่องรับไปได้ งานไหนยังต้องเป็นคน
By Lasyprop
หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่วิ่งเองตอนเราไม่อยู่บ้าน ไฟที่เปิดเองตอนเดินเข้าห้อง แอร์ที่เย็นรอก่อนถึงบ้าน ฟังดูเหมือนบ้านแห่งอนาคตที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย แต่หลายบ้านที่ซื้ออุปกรณ์มาเต็มบ้านกลับพบว่าเวลาว่างไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่คิด บางบ้านยุ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ว่าอุปกรณ์ไหนเจ๋ง แต่คืองานบ้านแบบไหนที่เครื่องรับไปได้จริง
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าเครื่องจะรับงานบ้านไปได้ราวครึ่งหนึ่ง
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดร่วมกับมหาวิทยาลัยโอชาโนะมิซุของญี่ปุ่น ตีพิมพ์เมื่อปี 2566 ถามผู้เชี่ยวชาญด้าน AI 65 คน ว่างานในบ้านแต่ละประเภทจะถูกทำแทนด้วยเทคโนโลยีได้แค่ไหนภายใน 10 ปี คำตอบเฉลี่ยคือ
- งานบ้านทั่วไป ราว 44 เปอร์เซ็นต์ของเวลาที่ใช้อาจถูกทำแทนได้
- งานดูแลคน เช่น ดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุ ทำแทนได้เพียงราว 28 เปอร์เซ็นต์
- งานที่ลดเวลาได้มากที่สุดคือการซื้อของเข้าบ้าน ราว 59 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยการทำอาหารและทำความสะอาด ราว 46 เปอร์เซ็นต์
ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดแล้ว แต่ให้ภาพที่ชัดว่า งานที่ซ้ำและคาดเดาได้ เครื่องรับไปได้ ส่วนงานที่ต้องใช้วิจารณญาณและความสัมพันธ์ ยังต้องเป็นคน
เวลาที่ประหยัดได้จริง แบ่งเป็น 3 แบบ
ถ้าแยกงานบ้านตามลักษณะ จะเห็นว่าสมาร์ทโฮมช่วยได้ไม่เท่ากัน
งานที่ใช้แรงซ้ำๆ เช่น ดูดฝุ่น ถูพื้น รดน้ำต้นไม้ ตรงนี้คือที่ที่ประหยัดเวลาได้ชัดที่สุด เพราะเป็นงานที่ทำบ่อย ทำแบบเดิมทุกครั้ง และไม่ต้องการความละเอียดมาก หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่ทำงานตามตารางช่วยเปลี่ยนงานรายวันให้เหลือแค่งานดูแลเครื่องรายสัปดาห์
งานที่ต้องจำและตัดสินใจเล็กๆ เช่น ปิดไฟก่อนนอน ตั้งแอร์ ปิดม่านตอนบ่าย เช็กว่าล็อกประตูหรือยัง งานพวกนี้ใช้เวลาครั้งละไม่กี่วินาที แต่กินพื้นที่ในหัว การตั้ง routine ให้ทำงานเองตามเวลาหรือตามเหตุการณ์ ช่วยลดภาระที่เรียกว่า mental load ได้มากกว่าที่ตัวเลขเวลาจะบอก
งานเฝ้าระวัง เช่น เซนเซอร์น้ำรั่ว กล้องหน้าบ้าน เซนเซอร์ควัน ส่วนนี้ไม่ได้ประหยัดเวลาในแต่ละวัน แต่ประหยัดเวลาก้อนใหญ่ที่จะเสียไปกับความเสียหาย การรู้ว่าท่อรั่วตั้งแต่นาทีแรก ต่างกับการกลับมาเจอน้ำท่วมพื้นลามิเนตทั้งห้องมาก
เวลาที่หายไปแบบไม่รู้ตัว
นี่คือส่วนที่โฆษณาไม่ค่อยพูดถึง สมาร์ทโฮมไม่ได้ลดงานอย่างเดียว แต่สร้างงานแบบใหม่ขึ้นมาด้วย
- เวลาตั้งค่า อุปกรณ์แต่ละยี่ห้อมีแอปของตัวเอง บ้านที่มีอุปกรณ์ 5 ยี่ห้ออาจต้องสลับ 5 แอป และตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนเราเตอร์หรือรหัส Wi-Fi
- เวลาแก้ปัญหา อุปกรณ์หลุดการเชื่อมต่อ อัปเดตแล้วฟีเจอร์เปลี่ยน หรือ routine ที่เคยใช้ได้หยุดทำงาน คนในบ้านที่ถนัดเทคโนโลยีที่สุดมักกลายเป็นฝ่ายไอทีประจำบ้านโดยไม่ได้ตั้งใจ
- เวลาดูแลเครื่อง หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้องเทถัง ล้างแปรง เปลี่ยนไส้กรอง ถ้าไม่ทำ เครื่องก็ทำงานได้แย่ลง
- ข้อมูลส่วนตัว กล้องและผู้ช่วยเสียงเก็บข้อมูลในบ้านเรา ต้องใช้เวลาตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้ถูกตั้งแต่แรก
ปัญหาเรื่องแอปกระจัดกระจายเป็นเหตุผลที่อุตสาหกรรมพยายามผลักมาตรฐานกลางอย่าง Matter ให้อุปกรณ์ต่างยี่ห้อคุยกันได้ ถ้ากำลังจะซื้ออุปกรณ์ใหม่ การเลือกรุ่นที่รองรับมาตรฐานกลางช่วยลดเวลาที่จะเสียในอนาคตได้
AI เปลี่ยนอะไรจากสมาร์ทโฮมแบบเดิม
สมาร์ทโฮมรุ่นแรกทำงานแบบ ถ้า A แล้ว B คือเราต้องเขียนกฎเอง เช่น ถ้า 6 โมงเย็นให้เปิดไฟ สิ่งที่ AI เพิ่มเข้ามาคือการเรียนรู้รูปแบบชีวิตแล้วเสนอหรือปรับให้เอง เช่น สังเกตว่าเรากลับบ้านช้าวันพุธก็เลื่อนเวลาเปิดแอร์ หรือสั่งงานด้วยประโยคธรรมดาแทนการกดเมนูหลายชั้น
ข้อดีคือเวลาตั้งค่าลดลง ข้อควรระวังคือเรามองไม่เห็นว่าระบบตัดสินใจจากอะไร เวลาทำงานผิด การหาสาเหตุก็ยากขึ้นตาม
เริ่มจากตรงไหนให้คุ้มเวลา
ถ้าอยากให้สมาร์ทโฮมประหยัดเวลาจริง ลองเรียงลำดับแบบนี้
- จดว่างานบ้านอะไรกินเวลาที่สุดในหนึ่งสัปดาห์ แล้วเริ่มจากงานที่ซ้ำและคาดเดาได้ก่อน
- เลือกระบบหลักหนึ่งระบบ แล้วซื้ออุปกรณ์ที่เข้ากับระบบนั้น แทนการซื้อตามโปรโมชั่นทีละชิ้น
- ลงทุนเรื่อง Wi-Fi ให้ครอบคลุมทั้งบ้านก่อน เพราะอุปกรณ์ทุกชิ้นพึ่งสัญญาณเดียวกัน
- ถ้าบ้านใหญ่หรือกำลังรีโนเวท การวางสายและจุดติดตั้งตั้งแต่ตอนก่อสร้างประหยัดกว่าการเดินสายทีหลังมาก
สมาร์ทโฮมที่ดีไม่ใช่บ้านที่มีอุปกรณ์มากที่สุด แต่คือบ้านที่คนในบ้านไม่ต้องคิดถึงมันเลย ถ้ากำลังวางระบบใหม่หรือรีโนเวทบ้าน การคุยกับผู้ติดตั้งระบบสมาร์ทโฮมที่ออกแบบทั้งบ้านเป็นระบบเดียว ช่วยตัดเวลาลองผิดลองถูกไปได้มาก บน Lasyprop มีหมวดผู้ให้บริการด้านนี้ให้เทียบดูก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิง
- The future(s) of unpaid work: How susceptible do experts from different backgrounds think the domestic sphere is to automation? · PLOS ONE, กุมภาพันธ์ 2566
- Robots could be doing 40% of your chores by 2035 · World Economic Forum, มีนาคม 2566